สภากายภาพบำบัด


ศ.ดร.กภ.ประวิตร เจนวรรธนะกุล
นายกสภากายภาพบำบัด
วาระปี พ.ศ. 2566-2569
 Menu 1.ประวัติสภาฯ 2.คณะกรรมการ/ที่ปรึกษา 3.โครงสร้างองค์กร 4.วิสัยทัศน์/พันธกิจ 5.พ.ร.บ./กฎหมาย 6.ประกาศผลสอบ 7.เว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้อง 8.การรับรองปริญญา 9.เครือข่ายกายภาพบำบัด 10.สำนักงานตรวจรับรองมาตรฐานบริการกายภาพบำบัด 11.สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน 12.: แหล่งการเรียนรู้ :. 13.: HA Forum :. 14.แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ 18.คำสั่งสภากายภาพบำบัด 2566 19.คำสั่งสภากายภาพบำบัด 2567 20.คำสั่งสภากายภาพบำบัด 2568 21.Link ที่เกี่ยวข้อง 22.PT Association 23.แบบฟอร์มการร้องเรียนและการขอคำปรึกษา 24.E-learning ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง 25.FAQ การต่ออายุใบอนุญาตฯ 26.ราชวิทยาลัยกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย 27.การเลือกตั้งกรรมการสภากายภาพบำบัด วาระปี พ.ศ. 2569-2572

Line Official สภากายภาพบำบัด
   ประกาศจากทางสภากายภาพบำบัด

ประวัติสภากายภาพบำบัด

วันก่อตั้งสภากายภาพบำบัด
3 เมษายน 2516

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัดขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1.ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
2.ควบคุมกำกับ ดูแลและกำหนดมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
3.ควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพกายภาพบำบัด
4.ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชนและองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับกายภาพบำบัดและการสาธารณสุข
5.ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับงานกายภาพบำบัดและการสาธารณสุข
6.ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก
7.ผดุงไว้ซึ่งสิทธิ ความเป็นธรรมและส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก
8.เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดของประเทศไทย

สภากายภาพบำบัดมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.รับขึ้นทะเบียนและออกไบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
2.ออกคำสั่งการพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี
3.รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพกายภาพบำบัดของสถาบันต่างๆเพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก
4.รับรองหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆของวิชาชีพกายภาพบำบัดของสถาบันที่ทำการฝึกอบรมดังกล่าว
5.รับรองวิทยฐานะของสถาบันที่ทำการฝึกอบรมใน (4)
6.ออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดสาขาต่างๆ และออกหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพกายภาพบำบัด
7.จัดทำแผนการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อสภานายกพิเศษอย่างน้อยปีละครั้ง
8.ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภากายภาพบำบัด

ประวัติการก่อตั้งสภากายภาพบำบัด

วิชาชีพกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย
วิชาชีพกายภาพบำบัดในประเทศไทยเริ่มก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2508 โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์เฟื่อง สัตย์สงวน (บิดาแห่งวงการกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย) ได้ก่อตั้งโรงเรียนกายภาพบำบัดแห่งแรกในประเทศ ซึ่งสังกัดภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ และกายภาพบำบัด คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล)

ในปี พ.ศ.2510 ได้มีนักศึกษารุ่นแรกสำเร็จการศึกษาในระดับวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขากายภาพบำบัด ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 2513 ได้ก่อตั้ง ชมรมกายภาพบำบัด โดยมี นางสาวกานดา ใจภัดกี เป็นประธานชมรมและได้เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการเพื่อพัฒนาวิชาชีพเรื่อยมา

การต่อตั้งสมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย
สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในวันที่ 3 เมษายน 2516 โดยมี นายประโยชน์ บุญสินสุข เป็นนายกสมาคมคนแรก ในช่วงปีแรกของการดำเนินงาน สมาคมฯ ได้เริ่มติดต่อกับองค์กรต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกายภาพบำบัด และได้ตีพิมพ์ 'วารสารกายภาพบำบัด' เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2517

ในปี พ.ศ.2518-2519 สมาคมฯ ได้มุ่นเน้นการพัฒนาด้านวิชาการ และสามารถผลักดันให้สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของ สหพันธ์กายภาพบำบัดโลก (WCPT) ในปี พ.ศ.2521

การพัฒนากายภาพบำบัดในระดับประเทศ
ในปี พ.ศ.2519 มีการประกาศ พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ สาขากายภาพบำบัด ซึ่งช่วยเพิ่มมาตรฐานและความชัดเจนในการปฏิบัติงาน โดยกำหนดว่า การรักษาทางกายภาพบำบัดต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ 

ช่วงปี พ.ศ.2522-2527 ภายใต้การบริหารของ นายธงสิทธิ์ ตีรณศักดิ์ สมาคมฯ ได้ดำเนินการหลากหลาย เช่น
  • ย้ายที่ทำการสมาคมฯ ไปยังโรงเรียนกายภาพบำบัด
  • เผยแพร่ความรู้ผ่านทางวิทยุและโทรทัศน์
  • ร่วมก่อตั้ง สหพันธ์กายภาพบำบัดแห่งเอเชีย (ACPT)
  • จัดการประชุมวิชาการระดับเอเชียครั้งแรกที่ประเทศไทย
     
ในปี พ.ศ.2525 WCPT ยังส่งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาอบรมให้กับนักกายภาพบำบัดไทย ส่งผลให้มีการพัฒนาความรู้และทักษะมากขึ้น

ความก้าวหน้าและการยอมรับของวิชาชีพ
ในรอบ 20 ปีแรก วิชาชีพกายภาพบำบัดของไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านวิชาการ งานวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ โดยมีการจัดประชุมวิชาการและอบรมระยะสั้นในส่วนกลางและภูมิภาคอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบัน นักกายภาพบำบัดสามารถประกอบอาชีพอิสระ เช่น เปิดคลินิกส่วนตัวได้ ความต้องการนักกายภาพบำบัดยังคงเพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ประชาชนเริ่มมีความเข้าใจและยอมรับในวิชาชีพนี้มากขึ้น วิชาชีพกายภาพบำบัดในประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายที่จะรับใช้สังคมได้อย่างครอบคลุมทั้งในเมืองและชนบท


  File Attach

โพสโดย admin วันที่ 2025-05-15 15:12:03    เปิดดู 359 ครั้ง